ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
การศึกษาของไทยมีการปฏิรูปครั้งใหญ่ได้มีวิวัฒนาการมาจนถึงการมีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 เป็นแม่บทสำคัญก่อให้เกิดการปฏิรูปการศึกษา โดยกำหนดไว้ในมาตราต่าง ๆ เช่น มาตรา 40 ,42 , 43, 46 , 53 ,54 , 69 โดยเฉพาะมาตรา 81 กำหนดให้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ. ศ. 2542 เป็นกฎหมายทางการศึกษาฉบับแรกของประเทศไทย ซึ่งให้ความสำคัญเรื่องต่าง ๆ เช่น มาตรา 6 การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตที่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ในหมวด ตั้งแต่มาตรา 22 – 30 ได้กล่าวถึง หัวใจการปฏิรูปการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ หรือเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ (Child Centered ) ปัจจุบันรัฐบาลได้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาความยากจน และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนส่วนใหญ่ของประเทศให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและความอยู่ดีมีสุขของคนไทย ได้ประกาศนโยบายปฏิรูประบบราชการใหม่ ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ได้รวม 3 หน่วยงาน คือ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ และทบวงมหาวิทยาลัยเข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนาระบบบริหารให้มีคุณภาพ และได้มีการประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรม และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
จะเห็นได้ว่า กระแสของการปฏิรูปการศึกษาได้ส่งผลการปฏิบัติงานของคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพและบรรลุเป้าหมายตามหลักสูตรการจัดการศึกษา ประกอบกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้ระบุไว้ในมาตรา 24(5) มีข้อความสำคัญ ให้ครูสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ และมาตร 30 ระบุโดยสรุปว่า ให้สถานศึกษาส่งเสริมให้ผู้สอน สามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ที่เหมาะสมกับผู้เรียน ในแต่ละระดับการศึกษา การจัดกิจกรรมของครูที่ปรึกษาเพื่อดูแลผู้เรียน ระดับชั้น ปวช. 2 สาขาวิชาการขาย เป็นกิจกรรมที่สำคัญของสถานศึกษา ครูผู้สอนและครูที่ปรึกษาต้องตระหนักเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เนื่องจากผู้เรียนส่วนใหญ่มีผลการเรียนจากสถานศึกษาเดิมค่อนข้างต่ำและไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสถานศึกษาใหม่เพื่อนใหม่และสิ่งแวดล้อมใหม่ มักมีปัญหาเรื่องการปรับตัว ไม่มีใครให้คำปรึกษา เพื่อนใหม่ยังไม่คุ้นเคย และส่งผลให้ผู้เรียนไม่อยากมาเข้าชั้นเรียน เนื่องจากเรียนไม่ทัน ไม่มีเพื่อน ไม่มีใครให้ความสนใจ ผลที่ตามมาคือทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ และออกกลางคันในที่สุด สถานศึกษาจึงให้ความสำคัญและจัดตารางกิจกรรมการเรียนการสอน ให้ผู้เรียนได้มีโอกาสได้พบครูที่ปรึกษา 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ การจัดเวลาลงในตารางทำให้ครูมีโอกาสพบผู้เรียนได้มากขึ้น และมีเวลานัดแนะเพื่อพบครูที่ปรึกษาหรือให้ผู้เรียนได้ทำกิจกรรมอื่น ๆ นอกเหนือจากการพบครูที่ปรึกษาในชั่วโมงตามตารางกำหนด
จากเหตุผลดังกล่าวทำให้ผู้วิจัยดำเนินการจัดกิจกรรมอบรมและดูแลผู้เรียนอย่างใกล้ชิดในฐานะครูที่ปรึกษา เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เจตคติและลดอัตราการออกกลางคันของผู้เรียนในระดับชั้น ปวช. 2 ปีการศึกษา 2555



























